2005/Nov/23

พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ถือกำเนิดขึ้นมาจากการสนธิระหว่าง ยาสั่ง แห่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund; IMF) กับความสวามิภักดิ์ของรัฐบาลนายชวน หลีกภัยที่มีต่อองค์กรดังกล่าว

ยาสั่ง แห่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศดังกล่าว รู้จักกันในนาม เงื่อนไขการดำเนินนโยบาย (Policy Conditionalities) ซึ่งผูกติดมากับเงินกู้ฉุกเฉิน (Standby Arrangement) ที่รัฐบาลไทยนำเข้ามาจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2540 นั่นเอง

เงื่อนไขการดำเนินนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้รับอิทธิพลจากลัทธิเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ (Neo-liberalism) ในการออกแบบเมนูนโยบาย (Policy Menu) เพื่อนำไปใช้เป็นกรอบในการดำเนินนโยบายของประเทศลูกหนี้ ซึ่งกรอบในการดำเนินนโยบายดังกล่าว ต้องการให้ประเทศลูกหนี้เดินอยู่บนเส้นทางแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจโดยการลดบทบาทของรัฐบาลลงให้มากที่สุด โดยเมนูนโยบายที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้ดำเนินการตามเมนูนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยการตราพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

รัฐบาลจักดำเนินการแปลงรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งวิธีการนี้ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Corporatization หลังจากนั้นรัฐบาลจักทำการกระจายหุ้นของรัฐวิสาหกิจดังกล่าวในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนการผลิตจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนโดยสมบูรณ์ วิธีการนี้เรียกว่า Privatization

กระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 มีองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 องค์กร ได้แก่

คณะรัฐมนตรี เป็นองค์กรที่มีบทบาทอย่างสำคัญในกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยเป็นผู้อนุมัติให้มีการเปลี่ยนทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นหุ้นจากการเสนอเรื่องของคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ ตามมาตรา 16

คณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเตรียมการจัดตั้งบริษัท ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดยจะทำการประเมินราคาสินทรัพย์, ประเมินราคาหุ้น, จำนวนหุ้น, และตั้งชื่อบริษัท

การดำเนินนโยบายใดๆก็ตามย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย กระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ก็เช่นกัน โดยพ.ร.บ.ฉบับนี้มีลักษณะอันไม่พึงประสงค์ดังต่อไปนี้

ประการแรก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 เอื้อให้เกิดการแปรรูปโดยไร้ธรรมาภิบาล (Good Governance) กล่าวคือ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน (People Participation), ขาดความโปร่งใส (Transparency), และขาดกลไกการรับผิด (Accountability) ในความเป็นจริง กิจการรัฐวิสาหกิจถือเป็นกิจการของคนทั้งชาติ เป็นสมบัติของประเทศ ดังนั้นประชาชนทุกคนถือเป็นเจ้าของกิจการรัฐวิสาหกิจ แต่พ.ร.บ.ฉบับนี้กลับให้อำนาจในการตัดสินใจแปรรูปอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลเพียงหยิบมือเดียว ทั้งๆที่กลุ่มคนเหล่านั้นเปรียบได้กับ ลูกจ้าง ที่ประชาชนจ้างมาบริหารกิจการเท่านั้น การแปรรูปกิจการรัฐวิสาหกิจจึงควรถามความเห็น นายจ้าง มิใช่ถามความเห็น ลูกจ้าง นอกจากนี้ การที่ฝ่ายบริหารมีอำนาจเด็ดขาดในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กลายเป็นสิ่งจูงใจที่ให้ฝ่ายบริหารแสวงหาส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากการแปรรูปได้อีกด้วย

ประการที่สอง พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ระบุว่า กิจการรัฐวิสาหกิจสามารถยุบเลิกกิจการได้ด้วยการตราพระราชกฤษฎีกาโดยฝ่ายบริหารเพียงเท่านั้น ทั้งๆที่การก่อตั้งกิจการรัฐวิสาหกิจใดๆจักต้องตรากฎหมายจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ ลักษณะดังกล่าวทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติไม่สามารถถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้

ประการที่สาม พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 มีกฎในการลงคะแนนเสียงโดยการใช้เสียงข้างน้อย กล่าวคือ มาตรา 14 กำหนดให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และมติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ดังนั้น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจสามารถทำได้ด้วยคะแนนเสียงของคณะกรรมการเพียง 25%+1 เสียงเท่านั้น ตามหลักการแล้ว การแปรรูปรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นสมบัติของชาติควรที่จะยึดกฎการลงคะแนนเสียงที่ไม่หย่อนยานเช่นนี้ เพราะการแปรรูปรัฐวิสาหกิจย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อสวัสดิการของประชาชนอย่างสำคัญ

ประการที่สี่ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 มาตรา 24 ระบุว่าสิทธิ หนี้ ความรับผิดและสินทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจสามารถโอนไปเป็นของบริษัทได้ รวมถึงสิทธิตามสัญญาเช่าที่ดินที่เป็นราชพัสดุหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดินด้วย ด้วยการระบุเช่นนี้ ฝ่ายบริหารกำลังทำการเปลี่ยนสินค้าสาธารณะ (Public Goods) ให้เป็นสินค้าเอกชน (Private Goods) โดยการโอนทรัพย์ของแผ่นดินให้อยู่ในครอบครองของเอกชนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

จากการพิเคราะห์พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ผมจึงมีความเห็นว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้อาจมีข้อดีอยู่บ้าง หากนำไปใช้ในโลกแห่งอุดมคติและมีรัฐบาลในอุดมคติเป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มีเป้าประสงค์ในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อเพิ่มสวัสดิการของสังคมให้สูงที่สุด โดยจะทำให้การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน และประการสำคัญ คือ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง
edit @ 2005/12/04 14:00:22

Comment

Comment:

Tweet


ก้อโอเค นะครับ
#9 by ศตวรรษ (103.7.57.18|58.9.68.251) At 2012-07-03 23:09,
ไม่เห็นมีข้อดีข้อเสีรัฐวิสาหกิจ
เลย
#8 by (115.87.18.49) At 2010-06-05 15:16,
double wink surprised smile embarrassed
#7 by กก (202.149.24.177) At 2007-12-12 19:33,
cry wink surprised smile embarrassed
#6 by (203.113.76.71) At 2007-12-08 14:29,
tongue question surprised smile double wink cry
#5 by (203.113.76.71) At 2007-12-08 14:29,
Hello.Thanks so much.
#4 by Kamagra (195.188.16.14) At 2006-11-03 05:06,
Very informative and very easy to navigate. I plan to return again. Thank you, excellent work.
#3 by Verry nice! (83.18.15.172 /127.0.0.1) At 2006-09-28 01:12,
Well done!
http://hxvspcty.com/gjad/vcpm.html | http://pqnqespo.com/otae/iobs.html
#2 by (216.32.84.60) At 2006-09-08 20:42,
Thanks so very much for taking your time to create this very useful and informative site. I have learned a lot from your site. Thanks!!
#1 by Honda Miami (87.248.183.183) At 2006-08-30 23:37,

Stabilizer
View full profile