2005/Dec/01

ประชาราษฎร์ไทยมีความสนิทสนมกับนโยบายตรึงราคาน้ำมันเป็นอย่างดี นับตั้งแต่สมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งในขณะนั้นสังคมโลกเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2516 2517 อันก่อกำเนิดจากการที่กลุ่มประเทศอาหรับใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน (Oil Embargo) ไปยังกลุ่มประเทศพันธมิตรของอิสราเอล และ OPEC ใช้กลยุทธ์ลดการผลิตน้ำมัน

จากนั้น ประชาราษฎร์ไทยได้ห่างเหินจากนโยบายตรึงราคาน้ำมันไปพักใหญ่ ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

จนมาถึงปัจจุบันสมัย เมื่อเกิดความแปรปรวนในตลาดน้ำมัน อันส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้น รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงได้ปัดฝุ่นและนำนโยบายตรึงราคาน้ำมันกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับวัตถุประสงค์ของการตรึงราคาน้ำมันในครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้อรรถาธิบายไว้ว่า รัฐบาลต้องการให้ระบบเศรษฐกิจไทยคงอัตราการเจริญเติบโตให้เป็นบวกอยู่ต่อไป โดยกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันให้ต่ำกว่าราคาในตลาดโลก เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนของภาคเอกชน

รัฐบาลจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการตรึงราคาน้ำมันในเบื้องแรกประมาณ 6,000 8,000 ล้านบาท และด้วยเหตุที่กองทุนน้ำมันไม่ใช่นิติบุคคล จึงมิอาจทำนิติกรรมต่างๆได้ สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทำนิติกรรมต่างๆแทนกองทุนน้ำมัน อาทิ การขอกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อนำไปใช้ในการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

ในการตรึงราคาน้ำมัน รัฐบาลได้กำหนดราคาเพดาน (Ceiling Price) ของน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดต่างๆไว้ดังนี้ ราคาน้ำมันเบนซิน 95 มิให้สูงกว่า 16.99 บาท/ลิตร เบนซิน 91 มิให้สูงกว่า 15.99 บาท/ลิตร และน้ำมันดีเซล มิให้สูงว่า 14.79 บาท/ลิตร หากราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงเกินกว่าราคาเพดานที่รัฐบาลกำหนด กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยให้แก่บริษัทน้ำมันเท่ากับส่วนต่างระหว่างราคาในตลาดโลกกับราคาเพดาน

การดำเนินนโยบายตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สร้างความกังขาแก่ประชาสังคมไทยหลายประการ

ประการแรก ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินนโยบายนี้

ผู้รับประโยชน์กลุ่มแรก คือ ประชาชนผู้บริโภคน้ำมัน การจ่ายเงินชดเชยสินค้าใดๆก็ตาม ผู้รับประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือผู้บริโภคสินค้านั้นๆ ในฐานะที่ได้บริโภคสินค้านั้นๆได้ด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดโลก ในกรณีของน้ำมันก็เช่นกัน ผู้บริโภคน้ำมันย่อมเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายดังกล่าวเพราะได้บริโภคน้ำมันในราคาถูก

ผู้รับประโยชน์กลุ่มที่สอง คือ รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ด้วยการออกแบบนโยบาย (Policy Design) ที่สะท้อนถึงแนวคิดประชานิยม (People-centered Policy Menu) ทำให้พรรคไทยรักไทยมีคะแนนนิยมทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างทบทวี ทั้งนี้เพราะยามที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกทะยานสูงขึ้นกว่าราคาเพดาน นโยบายดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยสามารถซื้อน้ำมันได้ในราคาถูก แต่ในยามที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกต่ำกว่าราคาเพดาน นโยบายนี้กลับให้ผู้บริโภคจ่ายซื้อน้ำมันได้ในราคาต่ำกว่าราคาเพดาน นโยบายนี้จึงเป็นนโยบายที่ตรึงใจประชาชนจนเทคะแนนเสียงให้แก่พรรคไทยรักไทยอย่างล้นหลาม

ประการที่สอง ใครเป็นผู้รับภาระจากการดำเนินนโยบายนี้

ผู้รับภาระจากการดำเนินนโยบาย คือ ประชาชนผู้เสียภาษี จากรูปแบบของนโยบายดังกล่าว กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสามารถใช้คืนเงินกู้ได้ ก็ต่อเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดต่ำลง และลดลงต่ำกว่าราคาเพดาน แต่หากราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กองทุนน้ำมันเชื่อเพลิงจะอยู่ในฐานะที่มิอาจใช้คืนเงินกู้ได้หมด การแก้ปัญหานี้ รัฐบาลจักต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถใช้คืนเงินกู้ได้ ดังนั้น หากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมิอาจใช้คืนเงินกู้ได้จริง ประชาชนผู้เสียภาษีอากรทุกคนจึงกลายเป็นผู้รับภาระจากนโยบายดังกล่าว

ประการที่สาม นโยบายดังกล่าวก่อผลดีอย่างไร

ผลดีประการแรก คือ ราคาสินค้าขั้นสุดท้ายจะไม่ถูกกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกมากนัก หากไม่มีนโยบายดังกล่าว ราคาสินค้าที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการผลิตย่อมเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกไปด้วย ดังนั้น นโยบายนี้จึงเป็นการป้องกันมิให้ประชาชนมีอำนาจซื้อที่ลดลง

ผลดีประการที่สอง คือ การลงทุนของภาคเอกชนมีความเสี่ยงลดลง ทั้งนี้เพราะภาคเอกชนมิจำต้องกังวลถึงสภาวะความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันในตลาดโลกอีกต่อไป ไม่ว่าราคาในตลาดโลกจะทะยานขึ้นไปเท่าใดก็ตาม หากรัฐบาลยังคงตรึงราคาเพดานไว้ ณ ระดับเดิม เอกชนก็จะมีต้นทุนด้านราคาน้ำมันที่เท่าเดิม

ประการที่สาม นโยบายดังกล่าวก่อผลเสียอย่างไร

ผลเสียประการแรก คือ เกิดการบิดเบือนราคา (Price Distortion) ในตลาดน้ำมัน การที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันให้ต่ำกว่าตลาดโลก ทำให้ตลาดมิอาจส่งสัญญาณตามสภาพความเป็นจริงได้ ประชาชนจึงรู้สึกว่าน้ำมันเป็นสินค้าราคาถูก ปริมาณการบริโภคน้ำมันจึงเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว สุดท้ายแล้ว จะยิ่งส่งผลร้ายต่อประเทศไทย เพราะการนำเข้าน้ำมันมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ราคาน้ำมันไม่มีแนวโน้มที่ต่ำลง ย่อมทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะทางการเงินที่เป็นหนี้มากขึ้นไปอีก

ผลเสียประการที่สอง คือ ดุลการค้าของประเทศไทยประสบภาวะขาดดุลเพิ่มขึ้น สัดส่วนปริมาณการบริโภคน้ำมันในประเทศส่วนใหญ่มาจากการนำเข้า ดังนั้น หากประชาชนมองว่าน้ำมันเป็นสินค้าราคาถูก ก็ย่อมที่จะมีปริมาณความต้องการบริโภคที่มากขึ้น บริษัทน้ำมันต่างๆจึงต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ดุลการค้าของไทยเลวลง

ผลเสียประการที่สาม คือ หากรัฐบาลดำเนินนโยบายนี้เป็นเวลานาน กอปรกับราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงย่อมอยู่ในฐานะที่มิอาจจ่ายคืนเงินกูได้ ดังนั้น ดอกเบี้ยจ่ายที่เป็นเงื่อนไขผูกติดมากับเงินกู้จะเพิ่มพูนมากขึ้นตามกาลเวลา อันจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระจ่ายที่สูงขึ้น

ปัจจุบัน รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศยกเลิกนโยบายดังกล่าวแล้ว เหตุผลหลักเป็นเพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีสายป่านยาวเพียงพอที่จะชดเชยราคาน้ำมันได้อีกต่อไป ทั้งนี้มาจากการคาดการณ์ที่ผิดพลาดของผู้ดำเนินนโยบาย ในเบื้องแรก ผู้ดำเนินนโยบายดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะต้องตรึงราคาน้ำมันอยู่เพียง 4 เดือน ซึ่งราคาน้ำมันน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ความเป็นจริงกลับเลวร้ายกว่าที่ผู้ดำเนินนโยบายคาดคิดไว้ เพราะราคาน้ำมันกลับทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดสายป่านของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็หมดลง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คงได้รับบทเรียนจากการดำเนินนโยบายในครั้งนี้อยู่บ้าง เพราะนโยบายนี้ก่อผลเสียสุทธิแก่สังคมไทยอย่างมหาศาล ในขณะที่ประโยชน์ตกแก่ผู้บริโภคน้ำมันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคม แต่ผู้แบกรับภาระกลับเป็นประชาชนผู้เสียภาษีทั่วๆไป ประการสำคัญ คือ การคาดการณ์ที่ผิดพลาดอันนำไปสู่การดำเนินนโยบายที่ล้มเหลว เหล่านี้เกิดจากความมั่นใจในฝีมือการบริหารประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนมิอาจทนฟังเสียงคัดค้านการดำเนินนโยบายจากภาคประชาสังคมได้

ความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งดี แต่หากมีมากเกินควรอาจกลายเป็นดาบสองคมได้


edit @ 2005/12/04 13:49:01

Comment

Comment:

Tweet


น้ำมันขึ้น ของก็ขึ้นราคาน้ำมันลงของก็คงราคาและก็รอราคาน้ำมันขึ้นเพื่อจะปรับราคา

#6 by ตุ๊กตา (183.89.21.65) At 2016-05-14 21:15,

น้ำมันขึ้นๆ ลงๆ เอาใจยากT^T

#5 by ขายส่งเคสมือถือ (183.89.18.187) At 2016-03-15 19:49,

ปีนี้ราคาน้ำมันลงมามากแล้วนะครับแต่ยังสามารถลงได้อีกนะครับ 

#4 by กันขโมย (180.183.167.208) At 2016-03-08 20:28,
ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเนาะ
#3 by ราคาสินค้า (114.128.47.240) At 2010-06-28 10:35,
มีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียครับ
#2 by สินค้า (222.123.29.80) At 2010-04-25 14:00,
Thanks
#1 by Thai seo blog (58.9.142.47) At 2009-03-06 07:44,

Stabilizer
View full profile